ข่าวสุขภาพ : สุขภาพช่องปากในผู้สูงอายุ ในยุคที่สังคมผู้สูงวัยเป็นเรื่องใกล้ตัว การดูแลสุขภาพของผู้สูงอายุจึงเป็นเรื่องที่ต้องใส่ใจเพื่อให้มีคุณภาพชีวิตที่ดี โดยเฉพาะเรื่องของสุขภาพช่องปากที่อาจดูเป็นเรื่องเล็กในความคิดของใครหลายคน แต่กลับส่งผลต่อการดำรงชีวิตของผู้สูงอายุอย่างมาก

การดูแลสุขภาพช่องปากของผู้สูงอายุเป็นเรื่องสำคัญ เพราะปากและฟันที่สะอาดจะช่วยให้ผู้สูงอายุรู้สึกสบายไม่เจ็บปวด ไม่มีกลิ่นปาก กินอาหารได้ตามปกติ ลดความเสี่ยงที่จะติดเชื้อ โดยเฉพาะปัญหาปอดติดเชื้อจากการสำลัก (aspiration pneumonia) ซึ่งอาจเป็นสาเหตุให้เสียชีวิตได้”

ปัญหาในช่องปากที่พบบ่อยในผู้สูงอายุทั่วไป ได้แก่ โรคฟันผุโดยเฉพาะฟันผุส่วนรากฟัน พบฟันสึกและเหงือกร่นได้บ่อย ปัญหาที่เกิดจากฟันเทียมหลวมหรือเสียดสี เป็นแผลที่เหงือก ที่ลิ้น หรือที่มุมปาก โรคปริทันต์อักเสบหรือโรครำมะนาดซึ่งมีความสัมพันธ์กับโรคเบาหวาน ส่วนผู้สูงอายุที่มีปัญหาสุขภาพยิ่งต้องได้รับการดูแลเป็นพิเศษ เช่น ผู้ที่มีโรคประจำตัวหลายโรคและต้องรับประทานยาหลายขนาน ผู้ป่วยมะเร็งที่รักษาด้วยการฉายแสงบริเวณศีรษะ ลำคอ ซึ่งมีผลต่อต่อมน้ำลาย ทำให้ปากแห้ง แสบและทำให้ฟันผุง่าย

5 ปัญหาสุขภาพในช่องปากที่พบมากในคนทำงาน มาสำรวจตัวเองดูว่าเรากำลังประสบปัญหาอยู่หรือเปล่า จะได้ดูแลและป้องกันปัญหาสุขภาพฟันต่างๆ ไปพร้อมกัน

กลิ่นปาก
เกิดได้จากหลายสาเหตุ อาจจะมีสาเหตุมาจากในช่องปากอย่างเดียวหรือมาจากอวัยวะในระบบทางเดินหายใจและทางเดินอาหารได้เช่นกัน ถ้าแก้ไขสาเหตุจากในช่องปากเรียบร้อยแล้วยังมีกลิ่นปากอยู่อีก ก็ต้องไปปรึกษาแพทย์ใน 2 ระบบข้างต้นด้วย สำหรับกลิ่นปากที่มีสาเหตุจากการในช่องปาก เกิดได้จากฟันผุ ฟันคุด และเหงือกอักเสบ ควรแก้ไขโดยการกำจัดสาเหตุดังกล่าว และป้องกันด้วยการแปรงฟันและใช้ไหมขัดฟันอย่างสม่ำเสมอทุกวัน เช้า เย็นและหลังอาหารทุกมื้อ

ฟันเหลือง
สาเหตุหลักเกิดไลฟ์สไตล์คนทำงานที่สูบบุหรี่ ดื่มชา กาแฟ จนเกิดคราบที่เหงือกและฟัน สามารถป้องกันได้ด้วยการลดการสูบบุหรี่และดี่มเครื่องดื่มเหล่านี้ ร่วมกับการแปรงฟันและใช้ไหมขัดฟันบ่อยๆ หลังสูบบุหรี่ กรณีที่เครื่องดื่มที่มีรสหวาน ควรดื่มน้ำเปล่าตามเพื่อลดความหวานในช่องปาก และรออย่างน้อย 30 นาทีค่อยแปรงฟัน กรณีที่มีคราบสีติดแน่นควรพบทันตแพทย์เพื่อขัดฟันทำความสะอาดขจัดคราบสีเหล่านี้ให้ออกไปซึ่งได้ผลมากกว่าการแปรงฟัน

ฟันผุ
มักเกิดจากการละเลยการแปรงฟันและแปรงฟันไม่ทั่วถึงทุกบริเวณ รวมทั้งไม่ใช้ไหมขัดฟันอย่างสม่ำเสมอ ทำให้เกิดฟันผุตามร่องฟันบนด้านบดเคี้ยวและตามซอกฟันได้ง่าย ควรแก้ไขด้วยการแปรงฟันและใช้ไหมขัดฟันหลังรับประทานอาหารทุกมื้อ หลีกเลี่ยงอาหาร ผลไม้ หรือขนมขบเคี้ยวที่มีรสหวานจัด เปรี้ยวจัด เหนียวติดฟัน น้ำอัดลม โซดา รวมทั้งอาหารที่ประกอบด้วยแป้งและน้ำตาลในปริมาณสูง เป็นต้น เพราะอาหารเหล่านี้เมื่อรับประทานเข้าไปแล้วถูกย่อยในช่องปากจะเปลี่ยนสภาพเป็นกรดได้อย่างรวดเร็ว มีฤทธิ์กัดกร่อนเคลือบฟัน ทำให้เกิดฟันผุได้ง่าย จึงไม่ควรแปรงฟันทันทีในขณะที่ช่องปากยังมีความเป็นกรดสูงเพราะจะไปขัดสีเอาเคลือบฟันที่อ่อนนุ่มลงจากกรดในอาหารหลุดลอกออกไปได้ ควรรออย่างน้อย 30 นาทีเพื่อให้สภาพช่องปากกลับมาสู่สภาวะปกติก่อน

คราบหินปูนและเหงือกอักเสบ
การดูแลสุขภาพในช่องปากไม่ดีพอทำให้เกิดการสะสมของคราบจุลินทรีย์ตามบริเวณขอบเหงือกและซอกฟัน เมื่อแปรงฟันไม่ทั่วถึงก็จะเกิดการสะสมของคราบจุลินทรีย์มากขึ้น เมื่อนานไปจะกลายเป็นคราบหินปูน ภายในคราบจุลินทรีย์และหินปูนนั้นจะมีแบคทีเรียอาศัยอยู่ เมื่อแบคทีเรียได้รับอาหารจากที่เรารับประทานเข้าไปก็จะสร้างกรดขึ้นมารอบๆ บริเวณนั้น ทำให้เกิดการอักเสบของเหงือกและเนื้อเยื่อปริทันต์ที่อยู่รอบๆ สามารถรักษาได้ด้วยการขูดหินปูน เกลารากฟัน หรือผ่าตัดสร้างเนื้อเยื่อปริทันต์ขึ้นมาใหม่

ฟันแตกหัก
เกิดได้จากหลายสาเหตุเช่นกัน เช่น การใช้ฟันผิดประเภท ใช้ฟันกัดแทะอาหารที่แข็งเกินไปบ่อยๆ และต่อเนื่องมาเป็นเวลานาน การบดเคี้ยวฟันขณะเครียดหรือเวลานอน ต้องได้รับการวินิจฉัยและรักษาโดยทันตแพทย์เพื่อแก้ไขปัญหาดังกล่าว และอุบัติเหตุที่บริเวณใบหน้าและขากรรไกร ควรเดิน วิ่ง เล่นอย่างระมัดระวัง หลีกเลี่ยงการเล่นกีฬาที่อาจจะเกิดอุบัติเหตุบริเวณใบหน้าและขากรรไกร หากเกิดการแตกหักหรือบิ่นของฟันแล้ว ทันตแพทย์สามารถบูรณะฟันนั้นให้กลับมาอยู่ในสภาพปกติได้